กะปอมตัวนั้น ไม่ได้อยู่ในนาฉันอีกต่อไป
posted on 23 Oct 2006 15:59 by go2devill in Featureเช้าวันหนึ่ง
"บักหำน้อยอยู่บ่" เด็กชายผมสีทอง ดั้งโง ผิวขาว ร้องถามเข้าไปในบ้าน
"มีหยังบักหลาย" เด็กชายตัวผอมเกร็งตอบกลับ ทำให้เด็กน้อยผมสีทองลูกครึ่งอีสาน - เยอรมัน ผู้มีนามว่า บุญหลาย ชไวน์สไตน์เกอร์ ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย
"ไอว่าสิไปหายิงกะปอม สิไปนำกันบ่"
"เออ ไปกะไป เดี๋ยวเฮาหาหนังกะติ๊กก่อน ว่าแต่สิไปทางได๋ว่ะ" หำน้อยถาม พลางเดินไปหยิบหนังสติ๊ก
"แถวหลัง ม. ดีบ่ เฮาบ่ได้ไปโดนแล้ว"
"เออ"
......................................
หลัง ม.
"แถวนี้แต่ก่อนเป็นนาพ่อใหญ่แหล่ ยามเฮ็ดนาปลาหลายขนาด ทั้งปลาข่อ ปลาดุก ปลาหลด กินนำกะบ่ทัน" หำน้อยชี้ไปยังอาคารพานิชย์ที่ตั้งตระหง่านต่อหน้า บุญหลายพยักหน้าตามที่เจ้าถิ่นเล่าให้ฟัง ก่อนที่จะเดินต่อไปเรื่อยๆ
"เฮ้ย !! กะปอม" บุญหลายร้องขึ้นพร้อมกับง้างหนังสะติ๊กเล็งไปที่เป้ามีชีวิต
"ปัง !!" เสียงก้อนดินกระแทกเข้ากับป้ายขนาดใหญ่อันเป็นที่เกาะของกิ้งก่า ร่างของกิ้งก่าร่วงลงดินพร้อมกับสิ้นเสียงกระสุนดินกระแทกกับแผ่นป้าย
"ขายด่วน ที่ดินติด มมส. 4 ไร่ 3 งาน 1 ตารางวา อ๋าว !! นาแม่ใหญ่เลิศกะขาย" หำน้อยอ่านข้อความในป้ายหลังจากหยิบร่างกะปอมที่บุญหลายบรรจงสาดกระสุนดินใส่จนท้องแตกใส่ข้อง
หลังจากเดินหากิ้งก่ารอบมหาวิทยาลัยจนตกเย็น นอกจากบุญหลายจะได้กิ้งก่าไปเป็นอาหารเย็นแล้ว ยังรู้ว่านาของป้าแต๋ว ลุงตุ๊ ยายหนู อ้ายหม่ำ อาคำสอน พ่อบักเบนซ์ เอื้อยขวัญ แม่อีหวึ่ง พ่อใหญ่จ่อย แม่ใหญ่พัน และอีกหลายๆ คน ตอนนี้ตั้งป้าย "ขายที่ดิน" กันถ้วนหน้า
..................................
เย็นวันนั้น
เสียงจากโทรทัศน์จอ 14 นิ้ว ราคา 800 บาท ซื้อมาจากตลาดคลองถมดังขึ้น
"พี่น้องครับ !! รัฐบาลมีนโบยและความตั้งใจอย่างยิ่ง ที่จะทำให้พี่น้องคนไทยทุกคนมีที่ทำกิน ต่อจากนี้ไปพี่น้องจะได้รวย รวย และรวย"
"เฮ !!" เสียงจากหน้าม้าส่งเสียงโห่ร้องระคนเสียงปรบมือ จนทำให้หน้าของเจ้าของคำปราศรัยบานจนกลายเป็นเหลี่ยม
หำน้อยหยิบข้าวเหนียวจากกระติบมาจิ้มลาบกะปอมยัดเข้าปาก พลางคิดอยู่ในใจ "มีที่ดินแล้วบ่มีปัญญาเฮ็ดกินกะคือเก่า ......"
..................................
