เปลี่ยน Theme รับปริญญา และการจากลาของพ่อ
posted on 23 Oct 2007 20:34 by go2devill in Feature

ใกล้ถึงวันรับปริญญาแล้วครับ กำหนดการออกมาว่าเป็นวันที่ 17-20 ธันวาคม เห็นกำหนดการแล้วมันใจสั่นๆ
กลัวเก็บเงินไม่ทัน ไม่พอ ค่าชุด ค่ารูป ค่าน้ำ (น้ำอะไรว่ะ) ค่ากินเลี้ยง ค่าห้อง ฯลฯ นั่งนับนิ้วมือจนหมด ก่อนรวบนิ้วเท้าขึ้นมาเพื่อนับอีกรอบ ก็ดูท่าจะไม่พอ
แรกทีเดียวยังแอบคิดว่า ไม่ไปรับดีไหมว่ะ แต่คิดไปอีกที ชาตินี้มึงจะมีโอกาสรับปริญญาสักกี่ใบเชียว เงินไม่กี่หมื่น ไม่ตายน่าจะหาได้น่า และยิ่งมองรอบตัวอีกที ตอนนี้แม่ตัดชุดไหมรอแล้ว พี่ชายก็เตรียมจัดงานเลี้ยง น้องสาวก็อยากมาชื่นชมบรรยากาศ เผื่อสักวันจะได้มาเรียนมหาวิทยาลัยกับเขาบ้าง
แล้วพ่อหล่ะ พ่อไม่มาแล้วครับ พ่อผมเสียหลังจากผมเีรียนจบได้เดือนกว่าๆ
ตอนผมจบใหม่ๆ ยังวางแผนไว้ว่า จะหาชุดดีๆ ให้พ่อได้ใส่มารับปริญญาสักชุด พ่อผมไม่ได้เรียนแม้แต่คาบเดียวในชีวิต ไม่มีวุฒิใดๆ มารับรองความสามารถ ตอนผมกรอกประวัติลงในสัญญากู้ยืมเพื่อการศึกษา ผมยังแอบขำ
บิดาชื่อ นายสุพิน นามสกุล โพธิสาร อายุ 52 ปี ระดับการศึกษา .... ไม่ได้เข้ารับการศึกษา
พ่อผมไม่ได้เรียนชั้นใดๆ ทั้งสิ้นครับ และที่ผมขำก็เพราะว่า พ่อผมกลับมีปัญญาส่งลูกชายเรียนถึงระดับปริญญากลับมีปัญญาอบรมลูกสาวลูกชายให้เป็นคนดีของครอบครัวได้ กลับมีปัญญาในการกระเสือกกระสนขยับฐานะครอบครัวจากไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว จนวันนี้ลืมตาอ้าปากได้ มีรถยนต์ขี่ มีข้าวเต็มยุ้งทุกปี มีไร่นาให้ทำตราบเท่าที่จะมีแรงทำไหว
ผมมองลายเซ็นพ่อในหนังสือสัญญาต่างๆ ที่อยู่ในแฟ้ม เห็นลายมือบรรจงสุดแรงเกิดเพื่อให้ตัวอักษรแต่ละตัว
ที่พ่อไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคือตัวอะไร ตัว ส พ่อไม่รู้หรอกว่าคือ ส เสือ สรอุ พ่อก็ไม่รู้ว่ามันคือ สระอุ .... พ่อเขียนชื่อนามสกุลเป็นตอนผมเรียนอยู่ชั้น ป.1 เริ่มจากการนั่งท่อง นั่งอ่าน นั่งสะกดชื่อพ่อในคาบเที่ยงวันหนึ่งของ ด.ช.โกวิท โพธิสาร
ผมใช้เวลาทั้งชั่วโมงนั่งสะกด ก่อนที่จะอ้อนให้ครูประจำชั้นช่วยตรวจทานให้ผมว่าสะกดถูกไหม
ตกเย็นผมรีบกลับบ้าน แต่พ่อไม่ยักกะรีบกลับจากนาเสียที ผมหุงข้าวรอ ทำกับข้าวงูๆ ปลาๆ ประสาเด็กเผาพริกแล้วโขลกเข้ากับหอมกระเทียม ใส่ปลาร้าหน่อย เด็ดผักตำลึงข้างรั้ว ชะอมยายข้างบ้านมาลวกเตรียมไว้ เสร็จสรรพก็นั่งรอพร้อมสมุดและดินสอที่แม้แต่ยางลบก็ใช้ยางยืดพันหัวรัดไว้แทนของเดิมที่หลุดร่วงไป
ตะวันเริ่มคล้อยต่ำ หลอดไฟเพียงดวงเดียวของบ้านถูกเปิืดขึ้น เสียงเดินของวัวควายแว่วมาแต่ไกล
พ่่อมาแล้ว ผมแทบจะอดใจรอไม่ไหว รีบวิ่งพร้อมสมุดดินสอไปช่วยพ่อต้อนควายเข้าคอก แล้วคะยั้นคะยอให้รีบมาดูว่าวันนี้ผมไปเรียนอะไรมาบ้าง ตัวหนังสือโตๆ ที่แทรกอยู่ในสมุดพระราชทาน เขียนไว้ว่า "สุพิน โพธิสาร" ผมชี้ให้พ่อดูพร้อมบอกว่า "นี่คือชื่อพ่อครับ ชื่อพ่อเขียนอย่างนี้นะ" ก่อนมือน้อยๆ จะรวบมือที่หยาบกร้านของพ่อให้จับดินสอ พร้อมกับออกแรงลากให้เส้นสายกลายเป็นตัวอักษรทีละตัว
นั่นเป็นสิ่งแรกที่ผมให้พ่อ ตอบแทนกับเงิน 1 บาทต่อวันที่พ่อให้ผมไปเรียนทุกเช้า แม้บางวันมันจะเหลือกลับมาเพียงเพราะว่าผมไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรกิน "โรงเรียนไม่มีข้าวโพดขาว ไม่มีกล้วย ไม่มีแตงโมขายเหมือนที่ไร่ ผมเลยไม่รู้ว่าจะซื้ออะไร" ผมตอบอย่างซื่อเมื่อถูกถามถึงเงินบาทเดียวที่ถูกยางยืดรัดไว้กับเสื้อนักเรียนเพื่อกันหาย
ทุกเย็น พ่อจะนั่งเีขียน นั่งคัดชื่อตัวเอง ผมมองพ่อเหมือนแกมีความสุขมาก สมุดพระราชทานที่โรงเรียนแจกให้ปกด้านหน้าเขียนไว้ว่า ด.ช.โกวิท โพธิสาร แต่ภายในถูกลายมือของพ่อขีดเขียนด้วยคำว่า สุพิน โพธิสาร จนแทบจะหมดทั้้งเล่ม
ผมนั่งดูลายมือพ่อ และนึกเหตุการณ์เหล่านั้นอย่างไม่รู้ลืม
บางที ผมอาจกลั้นความรู้สึกลึกในใจตัวเองไว้ไม่ไหวแน่ๆ ในขณะที่ตัวเองใส่ชุดครุย เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผมจากหายไป แม้ส่วนที่เหลือจะสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน แต่จะไม่ดีกว่าหรือ ถ้าหากมันจะยังเป็นก้อนกลมเคียงข้างกันเสมอ
ความรู้สึกเหล่านี้คือส่วนหนึ่ง ที่ทำให้ผมลังเล ว่าจะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรหรือไม่
ปริญญาที่แลกมาด้วยเลือด และน้ำตา
ปริญญาที่แลกมาด้วยชีวิตของคนหนึ่งคน
ปริญญาที่คนไม่รู้หนังสือสามารถตะกายมาให้ลูกชายตัวเองได้
..........
........
....
อุทิศหน้านี้แด่พ่อ
อุทิศหน้านี้แด่ปริญญา
รักพ่อครับ...


คนรวย เรียนจบสูง
แต่กลีบไม่มีปัญญาทหใลกเป็นคนดีและเรียนจบได้
แต่คนธรรมดาคนหนึ่ง
ไม่ได้เรียนสูง
แต่กลับมีความสามารถที่จะทำให้ลูก
เป็นคนดีได้
แม้จะลำบากเท่าไร่
แม้จะเจ็บปวดเพียงไหน
อ่านแล้วจะร้องไห้ค่ะ
#1 By เฟเน่จัง© on 2007-10-23 21:25