ละครไทยอยู่ในสภา

posted on 24 Feb 2008 14:26 by go2devill  in Feature
เมื่อวันศุกร์ 22 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ณ ห้อง D415 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีการพูดคุยเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย  เป็นการสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบางประการต่อสิ่งที่กำลังเป็นอยู่ในสังคมไทย  และการเคลื่อนไหวแต่ละก้าวต่อไปนี้จะถูกจับตามองเป็นพิเศษ  นั่นก็คือการเคลื่อนไหวในทีวีสาธารณะ ไทยพีบีเอส

รศ.ถิรนันท์  อนวัชศิริสงศ์ ภาควิชาวาทวิทยาและสื่อสารการแสดง นิเทศฯ จุฬาฯ
อาจารย์พีรพงศ์   เสนไสย   ประธานกลุ่มสาขาวิชาศิลปะการแสดง  คณะศิลปกรรมศาสตร์ มมส.
คุณเข็มพร   วิรุณราพันธ์
ผจก.แผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน(สสย.) และตัวแทนเครือข่ายเพื่อนทีวีสาธารณะ คุณจักรกริช  คันยุไร ประธานสภาเด็กและเยาวชน จังหวัดร้อยเอ็ด

สี่ท่านข้างบนที่ยกมาก็คือวิทยากรที่มานั่งหัวโต๊ะเพื่อถกกันในเรื่อง "ละครในโทรทัศน์สาธารณะ สร้างสรรค์อย่างไรเพื่อสังคมไทย" ฟังหัวข้อแล้วเกิดอาการตาขวากระตุกอย่างแรง  ในฐานะคนที่แอนตี้ละครไทยอย่างร้ายกาจเช่นผม จึงอดไม่ได้ที่จะต้องเข้าร่วมพูดคุย  โดยมีน้องๆ นิสิต มมส. ให้ความสนใจในประเด็นนี้กันหนาตาใช้ได้  ไม่รวมเครือข่ายเด็กและเยาวชนจากหลายจังหวัด

การพูดคุยเริ่มขึ้นบนความรู้สึกของแต่ละคนที่ร่วมแสดงออกมา่  คุณรู้สึกอย่างไรต่อละครไทย ??

แล้วคุณหล่ะครับ ??

ผมเชื่อว่าหลายคนมองเรื่องนี้เป็นเรื่องเก่าเก็บ  เปลืองปากเปลืองน้ำลายที่จะพูด  เพราะว่ากันว่าละครไทยไม่ได้สะท้อนแค่สังคมไทย  แต่มันสะท้อนถึงนักการเมืองในสภาด้วย  ถ้าหากมันสร้างสรรค์  ในสภาคงไม่มีพวกลิ้นสองแฉกเพ่นพ่านขนาดนั้นเป็นแน่  เพราะฉะนั้นอีกประการหนึ่งก็คือ  ถ้าเกิดแก้ปัญหาเรื่องละครได้เมื่อไหร่  ก็แก้ปัญหาเรื่องการเมืองได้เมื่อนั้น

เหตุที่ทำให้ผมคิดเช่นนั้นเพราะว่าทั้งสองส่วน  สภาและละคร  มันสะท้อนสติปัญญาของคนในสังคมได้อย่างชัดเจนที่สุด  สภาบ๊องๆ ก็เพราะว่าคนเลือกมันก็บ๊องๆ บ๊องในที่นี้ไม่ใช่บ้า  แต่เบลอ  เบลอด้วยฐานความคิด  เบลอด้วยสติปัญญา  ที่สุดคนในสภาก็มีแต่พวกบ้าๆ บ๊องๆ 

จะมีแม่ค้าสักกี่คนที่ดูละครแล้วทำให้สะท้อนถึงแ่ก่นคุณงามความดีที่แฝงมากับ Theme ละคร  มีแต่อีนั่นแย่งอีนี่ อีนี่ยัดแม่งเลวชาติ  ตบจูบ  ลงลิ้น  ปลิ้นปล้อน  และโง่  เพื่อให้ได้มาซึ่งสามีที่เป็นพระเอก

จะมีรัฐบาลหนใหนบ้างที่พูดถึงแก่นแท้แห่งการบริหารบ้านเมืองด้วยประชาธิปไตยที่ประกอบพร้อมด้วยทศพิธราชธรรม  ธรรมาภิบาล  มหาธรรมาภิบาล  หรืออภิมหาธรรมาภิบาล  อย่าว่าแต่ที่ยกตัวอย่างมาเลย  เพียงแค่ศีล 5 มันยังรักษากันไม่ได้เลย  เปรียบเทียบเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเป็นพระเอก  พวกที่อยู่ในสภานั้นแน่นอนว่าคือตัวละครนางดี นางร้าย นาย บ่าว โจร  พวกสิบหัว สิบสองแขน แปดร้อยลิ้น  ที่พร้อมจะฟัดกันนัวเนีย  และก็พร้อมจะเลียกันเคลียคลอได้ทุกเมื่อ

แล้วถ้าหากเปรียบเทียบเก้าอี้นายกฯ เป็นเอดิสัน เฉิน หล่ะ  !!!

ทุเรศ !!!

จำได้ว่าละครไทยเรื่องสุดท้ายที่ได้ดู  และดูแบบติดตามก็คือ "เส้นไหมสีเงิน" ที่ออกอากาศทางช่อง 3  หลังจากนั้นก็จบเห่  ไม่อยากดู  ดูไม่ได้  รับไม่ได้ในความไม่จริงของละคร มันเพ้อฝันจนผิดเพี้ยน  มันเพี้ยนจนถึงขั้นเป็นละครที่ไร้คุณค่าทางโภชนาการสมองโดยสิ้นเชิง  อย่าให้ผมอธิบายอีก  เพราะคันง่ามเท้า ...

ถ้าหากสิ่งที่จะมาจรรโลงใจของคนในสังคมยังเป็นอยู่ในแบบที่เป็นอยู่นี้  อะไรจะเกิดขึ้นในสังคม  ทำไมดูละครเกาหลีแล้วมันเห็นคุณค่าในตัว  เห็นความฉลาด มีไหวพริบของตัวละคร  และเห็นความงามในวิธีตีโจทย์บทละครของผู้กำกับ  และเมื่อดูจบใครบ้างไม่อยากทำกับข้าวเก่ง  ปรุงยาเก่ง เหมือนแดจังกึม  ใครบ้างไม่สนใจเรื่องหมอเหมือหมอโฮจุน  ใครบ้างไม่อยากฉลาดในเชิงช่างและการรบเช่นซอดองโย  และใครบ้างไม่อยากเป็นเต้ยทางการค้าเช่นอิมซังอ๊ก

นี่คือความงาม  ที่ละครไทยยังห่างอยู่หลายขุมนรก

กรุณาอย่ายกเอาเงื่อนไขทางการตลาดมากำหนดว่าต้องทำละครแนวนี้เพราะมันขายได้

สมมติว่าคุณไปกินอาหารที่รสชาติห่วยแตก  พอๆ กับอาหารแถวหมอชิต  แล้วคุณถามแม่ค้าว่า  "นี่เจ๊ทำไมไม่ทำกับข้าวอร่อยๆ สะอาดๆ กว่านี้หน่อย  กินแบบนี้ก็ขี้แตกกันพอดี" แม่ค้าตอบสวนกลับมาว่า "ไอ้น้อง กูขายที่นี่มาก่อนแม่มึงเกิดอีก  แล้วกูขายๆ แบบนี้  อาหารกูก็ซังกะบ๊วยอย่างนี้แหละ  แต่ยัดแม่งไม่เห็นมีใครบ่นเหมือนมึง !! แดกส์ๆ ไปซะ จะได้จบๆ ไม่อยากมีเรื่องกับลูกค้า" ว่าแล้วก็ยกมีดที่มีแต่สนิมมาสับเขียงเนื้อหมูพันปีซะเต็มแรง

ถามว่าคุณรู้สึกอย่างไร ??

ถามว่าเวลาคุณหิว สมมติอีกว่ามันมีแต่ร้านอาหารรสชาติห่วยเหมือนกันหมด  คุณก็แดกส์ๆ ไปเหอะ แดกส์จนชินชา  และที่สุดคุณก็กินเพียงเพื่อเลี้ยงกระเพาะ ไม่ได้กินเพื่อความสุนทรีย์  คุณรู้สึกอย่างไร  หรือบางทีคุณอาจไม่รู้สึกแล้วก็ได้

เพราะฉะนั้นผมอยากเห็นเหลือเกินว่าสักวันหนึ่งมันจะเป็นไปได้บ้างที่ละครไทยจะมีอะไรที่เรียกว่ากึ๋น  มีความละเมียดละไม  มีความสุนทรีย์  มีความจริง  มีศิลปะในการเล่าเรื่องให้มากกว่าที่เป็นอยู่

หรือเราอาจต้องรอให้พวกที่อยู่หน้ากล้อง  ในทีวี  กระวี๊ดกระว๊ายพวกนี้ตายหมดก่อน

หรือเราอาจต้องรอพวกใส่สูท ผูกไทค์  ในสภา มลายสิ้นเสียก่อน

ทำอะไรสักอย่างสิครับ ...

อย่าลืมนะครับ  ละคร  และการเมือง มันเกี่ยวกันแบบเงียบๆ คนดูละคร เลือกดูอย่างมีรสนิยม  มีละครดีๆ ให้ได้เลือกอย่างไม่ขาดสาย  การเลือกผู้แทนก็ไม่ต่างกันครับ

ละครสะท้อนสังคมเช่นใด สังคมก็สะท้อนการเมืองเช่นนั้น

สาธุ ...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ชาตินี้คงได้แต่ดู ตบตี แย่งชิง ขายสมบัติตระกูล กรี๊ดๆ

เท่านั้นแหละsad smile

#1 By YESUNG_HAPPY on 2008-02-24 15:54

สาธุ...

นั่นสินะ ... ทำไมน๊า ทำไม
จะว่าไปให้งดฉายละครตอน2 ทุ่มครึ่งดีกว่าคะ
เพราะ เดี๋ยวนี้เด็กๆยังไม่นอนกันหรอก + ต้องมานั่งดูละครให้ซึมเข้าสมองไปอีก เฮ้ออออออ
ยิ่งเป็นเด็กในช่วงมีพฤติกรรมเลียนแบบผู้ใหญ่นะ ไม่อยากจะเซ่ด...อยากได้อะไรก็กริ๊ดๆ เหมือนในละครนั้นแหละ (เคยแอบเห็นตามห้าง) ฮ่าๆๆ


#2 By PsychO-Galz on 2008-02-24 17:22

ใช่ๆๆๆ เปี่ยนเปงหนังเกาหลีหนังจีน(ไม่เอากำลังภายในนะ)มาแทนได้มั้ย หนังไทยมีแต่เรื่องเดิมๆเบื่อแย้ว

#3 By นุ้ง~*ษา*~ on 2008-02-25 11:06

เปี่ยนเป็นตอน 6 โมง -3 ทุ่ม เดะจาได้นอนเรวๆ อิอิ

#4 By นุ้ง~*ษา*~ on 2008-02-25 11:06

ข่าวไม่ต้องมีมานละ - -" (ล้อเล่น)

#5 By นุ้ง~*ษา*~ on 2008-02-25 11:07

เบื่อการเมืองอ่ะค่ะ ได้ยินก็หันหน้าหนีแล้ว

#6 By yakcute on 2008-02-25 13:46

มึงเขียนยาว กูขี้เกียจอ่าน

กูรู้แต่ว่า สามก๊กฉายดึกเกินไป

#7 By E"V (124.120.51.225) on 2008-02-25 16:16

มันเป็นรสนิยมคนส่วนมากนะ ก็หวังว่าทีพีบีเอสจะเป็นทางเลือกใหม่ของคนชอบดูรายการดีๆHot! Hot!

#8 By Authorized by Contessa I on 2008-02-26 10:36

อ่า เอ่อ สภาสาบาน ถ้าครั้งหน้ามีตบกันก็แสดงว่า ละครมีผลต่อสภาจริงๆ 55+ Hot! Hot! Hot!

#9 By AweBye So Cute on 2008-02-26 11:58

อยากจะเห็นละครไทยก้าวไกลไปกว่านี้เหมือนกันครับ

แต่อย่างที่คุณเจ้าของบล็อคว่าไว้
เรื่องเก่าเก็บ .. ถึงแม้จะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาพยายามปัดฝุ่น วันนึงมันก็กลับไปเหมือนเดิม มิหนำซ้ำ มันยังแย่ลงยิ่งกว่าเดิม

#10 By inane on 2008-02-26 15:54

เคยอ่านคอลัมน์ในนิตยสารเล่มนึง เขาบอกว่าละครไทยนั้น สร้างการแบ่งชนชั้นไม่ต่างกับการ เหยียดผิวของอเมริกา กับ การแบ่งวรรณะของอินเดียแหละ พูดอีสานเป็นตลก พูดภาษากลางเป็นคุณชายพระเอก นางเอกเป็นผู้ดีตกยาก และ คนใช้ก็อยู่ชนชั้นเดียวกับคนดูส่วนใหญ่
คำพูดที่เขาลงไว้อาจจะแรง แต่มันก็น่าเศร้าที่จะต้องบอกว่ามันจริงซะส่วนใหญ่

เมื่อไหร่จะมีการพัฒนานั้น ก็ยากจะเดา

#11 By คนธรรมดา on 2008-02-26 16:03

คนเทย "พอเพียง" ครับ

#12 By book on 2008-02-26 20:33

อืม ตราบใดที่ยังมีคนติดละครอยู่ เหมือนคนที่กินเค็มเป็นประจำ คือคิดว่า "ไม่เห็นจะห่วยเลย รสชาติอร่อยดีนิ ดูรู้เรื่องด้วย อย่าเรื่องมาก ฉันชอบมานานแล้ว"...

เราก็จะแก้นิสัยการกินนั้นไม่หายครับ ยกเว้นว่าชาวบ้านจะมีความรู้กะเค้ามั่งว่า กินเค็มไม่ดียังไง - -

#13 By on 2008-02-26 20:56

ต้องรอรัฐบาลแทรกแซงมั้งครับ

#14 By PastelSalad on 2008-02-27 01:47

เขียนได้มันสะใจดีฮะ
แล้วคุณจะเข็ดขยาดนิสัยคนไทยไปอีกนาน

#15 By shuu (158.108.2.6) on 2008-02-27 10:28

ละครสะท้อนสังคมเช่นใด สังคมก็สะท้อนการเมืองเช่นนั้น

ชอบๆ คำนี้

#16 By catty (202.28.35.3) on 2008-02-27 16:09

#17 By (61.7.132.232) on 2008-03-02 13:25

ดีคับ

#18 By (61.7.132.232) on 2008-03-02 13:25

ยังไงก็ช่วยๆ กันคนละไม้ละมือ เดี๋ยวมัน ก้อดีเอง จาก.....จักรกริช (ต๋) TAKUMI.KISS@HOTMAIL.COM

#19 By (61.7.132.232) on 2008-03-02 13:26

Recommend