โลกร้อน น้ำมันแพง การพัฒนารถพลังงานทดแทนถึงไหนแล้ว
posted on 16 May 2008 18:29 by go2devill in article
เสียงข้อความข่าวที่เข้ามาในมือถือแต่ละวัน 50 เปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องของการปรับราคาขึ้นลงของน้ำมัน แน่นอนว่าส่วนใหญ่บอกว่าปั๊มโน่นนี่ปรับขึ้นมากกว่าลง เกิดอาการสะอิดสะเอียนจนแทบอ๊วกกับรายจ่ายที่หลุดจากมือไปแต่ละวัน คำนวนคร่าวๆ แล้วประมาณ 3 ใน 4 ของค่าแรงทั้งวัน โอ๊วส์ .........
วันนี้ตัดสินใจขี่มอไซค์ไปดูร้านขายรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่มีขายเพียงแห่งเดียวในจังหวัดมหาสารคาม สนนราคาที่ 19,000 บาท เป็นรุ่นที่ปั่นได้ด้วย ความเร็วอยู่ที่ 40-50 กม./ชม. ชาร์ตแบตเต็มที่วิ่งได้ประมาณ 40 กม. ใช้เวลาชาร์ตเพื่อให้เต็ม 4 ชม.โดยประมาณ เหมาะกับวิ่งในเมือง ไปจ่ายตลาด ไปซื้อหวย ไปเล่นไพ่ ไปจีบสาวที่อยู่ในรัศมีไม่เกิน 20 กม. (ไป 20 กม. กลับอีก 20 แบตหมดพอดี) เว้นเสียแต่ว่าไปจีบแล้วนอนค้างที่นั่นเลย อนุญาตให้วิ่งเกิน 20 กม. ได้
ทั้งหมดคือข้อมูลที่ได้จากร้านตัวแทนจำหน่าย ซึ่งยังไม่พอ ...
กลับมาเข้ากูเกิ้ลดูข้อมูลต่างๆ นานา พบว่า ไม่ต่างกันแฮะ ถ้าอยากได้ดีๆ หน่อยก็เพิ่มเงินอีกเท่าตัว ประมาณ 34,000 บาทแลกกับสมรรถนะและรูปทรงที่ดีกว่าเดิมแค่ปลายเล็บคุด
คำนวณดูแล้ว เห็นทีจะลำบากเล็กน้อยหากจะซื้อมา้เพื่อใช้งานโดยเฉพาะแบบนี้ ต้องวิ่งโน่นนี่ไม่เป็นเวล่ำเวลา บางครั้งต้องเดินทางไกล แล้วถ้าหากแบตฯ หมดระหว่างทางเล่า อย่าบอกนะว่าจะให้ปั่น หรือหากจะจอดเพื่อชาร์จก็ใช้เวลาร่วม 4 ชม. แล้วจะไปทันจุดหมายตามกำหนดเวลาไหมเนี่ย ??
เท่าที่ดู มันยังห่างไกลความเป็นจริงที่จะมีเจ้ารถประหยัดพลังงานเหล่านี้เป็นเพื่อนคู่กายยิ่งนัก...
นั่งคิดอยู่หลายตลบก็รู้สึกแปลกๆ ว่า ในช่วงที่โลกร้อน สิ่งแวดล้อมป่วยไข้ น้ำมันแพง พลังงานทดแทนยังคืบคลานเหมือนหอยเหนื่อย แล้วการพัฒนารถเครื่องยนต์ไฟฟ้าหรือพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งมอเตอร์ไซค์ ทั้งรถยนต์ ไปถึงไหนกันแล้ว หรือผู้ผลิต ผู้พัฒนา หรือรัฐบาลของนานาประเทศยังไม่เห็นความสำคัญของพลังงานเหล่านี้
หรือการพัฒนานั้นถูกสะกัดกั้นโดยกลุ่มประเทศผู้ค้าน้ำมัน เพราะเกรงว่าหากพัฒนาไปใช้พลังงานอื่นกันหมด น้ำมันจะขายไม่ออก ซึ่งจะทำให้เขาเหล่านี้เป็นมหาเศรษฐีน้อยลงนิดนึง และท่านเองก็จะพลอยมีรายได้น้อยลง หรือผมคิดไปเอง
สังเกตไหมครับ ว่าน้ำมันแพงหูฉี่ แ่ต่รถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์ ก็ยังขายดีเป็นเทน้ำเทท่า บริษัทผลิตรถเติบโตจนตัวอ้วน หุ้นขึ้นสีเขียวไม่มีตก ไม่รู้สึกอะไรกันบ้างหรือ
ผมได้แต่ตั้งข้อสังเกต ...
วันนี้ตัดสินใจขี่มอไซค์ไปดูร้านขายรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่มีขายเพียงแห่งเดียวในจังหวัดมหาสารคาม สนนราคาที่ 19,000 บาท เป็นรุ่นที่ปั่นได้ด้วย ความเร็วอยู่ที่ 40-50 กม./ชม. ชาร์ตแบตเต็มที่วิ่งได้ประมาณ 40 กม. ใช้เวลาชาร์ตเพื่อให้เต็ม 4 ชม.โดยประมาณ เหมาะกับวิ่งในเมือง ไปจ่ายตลาด ไปซื้อหวย ไปเล่นไพ่ ไปจีบสาวที่อยู่ในรัศมีไม่เกิน 20 กม. (ไป 20 กม. กลับอีก 20 แบตหมดพอดี) เว้นเสียแต่ว่าไปจีบแล้วนอนค้างที่นั่นเลย อนุญาตให้วิ่งเกิน 20 กม. ได้
ทั้งหมดคือข้อมูลที่ได้จากร้านตัวแทนจำหน่าย ซึ่งยังไม่พอ ...
กลับมาเข้ากูเกิ้ลดูข้อมูลต่างๆ นานา พบว่า ไม่ต่างกันแฮะ ถ้าอยากได้ดีๆ หน่อยก็เพิ่มเงินอีกเท่าตัว ประมาณ 34,000 บาทแลกกับสมรรถนะและรูปทรงที่ดีกว่าเดิมแค่ปลายเล็บคุด
คำนวณดูแล้ว เห็นทีจะลำบากเล็กน้อยหากจะซื้อมา้เพื่อใช้งานโดยเฉพาะแบบนี้ ต้องวิ่งโน่นนี่ไม่เป็นเวล่ำเวลา บางครั้งต้องเดินทางไกล แล้วถ้าหากแบตฯ หมดระหว่างทางเล่า อย่าบอกนะว่าจะให้ปั่น หรือหากจะจอดเพื่อชาร์จก็ใช้เวลาร่วม 4 ชม. แล้วจะไปทันจุดหมายตามกำหนดเวลาไหมเนี่ย ??
เท่าที่ดู มันยังห่างไกลความเป็นจริงที่จะมีเจ้ารถประหยัดพลังงานเหล่านี้เป็นเพื่อนคู่กายยิ่งนัก...
นั่งคิดอยู่หลายตลบก็รู้สึกแปลกๆ ว่า ในช่วงที่โลกร้อน สิ่งแวดล้อมป่วยไข้ น้ำมันแพง พลังงานทดแทนยังคืบคลานเหมือนหอยเหนื่อย แล้วการพัฒนารถเครื่องยนต์ไฟฟ้าหรือพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งมอเตอร์ไซค์ ทั้งรถยนต์ ไปถึงไหนกันแล้ว หรือผู้ผลิต ผู้พัฒนา หรือรัฐบาลของนานาประเทศยังไม่เห็นความสำคัญของพลังงานเหล่านี้
หรือการพัฒนานั้นถูกสะกัดกั้นโดยกลุ่มประเทศผู้ค้าน้ำมัน เพราะเกรงว่าหากพัฒนาไปใช้พลังงานอื่นกันหมด น้ำมันจะขายไม่ออก ซึ่งจะทำให้เขาเหล่านี้เป็นมหาเศรษฐีน้อยลงนิดนึง และท่านเองก็จะพลอยมีรายได้น้อยลง หรือผมคิดไปเอง
สังเกตไหมครับ ว่าน้ำมันแพงหูฉี่ แ่ต่รถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์ ก็ยังขายดีเป็นเทน้ำเทท่า บริษัทผลิตรถเติบโตจนตัวอ้วน หุ้นขึ้นสีเขียวไม่มีตก ไม่รู้สึกอะไรกันบ้างหรือ
ผมได้แต่ตั้งข้อสังเกต ...

#1 By คนธรรมดา on 2008-05-19 21:02