รู้อะไรไหม ในพม่า ตอนที่ 1
posted on 18 Jun 2008 12:35 by go2devill in Featureการเสวนาที่ว่า คือ เสวนาถกโสร่งการเมืองพม่า ผ่าสังคม ทหาร และนาร์กีส โดย ดุลยภาค ปรัชารัชช ศูนย์เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา อาจารย์ประจำคณะวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ประเทศที่ว่านี้ คือ สหภาพพม่า ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหาร และพลเอกอาวุโสตานฉ่วย
ตานฉ่วย คือ
ตาน แปลว่า ล้าน
ฉ่วย แปลว่า ทอง
เพราะฉะนั้นพลเอกอาวุโสตานฉ่าย คือ มนุษย์ที่มีชื่อเชยระเบิดระเบ้อว่า นายทองล้าน
...
หมอดูพม่า ผู้กุมชะตากรรมพลเอกอาวุโส ตานฉ่วย ทำนายว่า จะเกิดวิกฤติในโลก เมื่อเพชรและทอง ถูกทำลาย
เพชร ในภาษาพม่า คือ เซน .....
และ เซน ก็ถูกตีความว่าเป็น ซัดดัม ฮุสเซน ผู้นำอิรักผู้ถูกประหารโดยสิ่งมีชีวิตที่ร้ายกว่า และว่ากันว่าร้ายที่สุดในโลก เขาชื่อ จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช
ที่เหลือคือ ทอง ...
ซึ่งก็คือ นายทองล้าน หรือ พลเอกอาวุโสตานฉ่วย นั่นเอง
...
ซึ่งหมอดูคนเดียวกันบอกว่า ตานฉ่วยจะโดนริดรอนอำนาจจนถึงกับล่มสลายทุกสิ่งอย่าง เมื่อ .... มีกลุ่มคนผิวขาว (ชาวตะวันตก) ใส่ยูนิฟอร์ม (ทหาร) ขึ้นมาเหยียบในแผ่นดินพม่า
และนี่ เป็นสาเหตุให้ตานฉ่วย ย้ายเมืองหลวงในปี 2548 จาก กรุงย่างกุ้ง ไปเป็นกรุง เนปิดอว์ เพียงมะนา ซึ่งหมายถึง บัลลังก์แห่งราชันย์ พร้อมกับสถาปนาตัวเองเสมือนวีรกษัตริย์ในอดีตของพม่า
...

และนี่เป็นสาเหตุให้เขาเกรงกลัวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวตะวันตกที่จะเข้ามาช่วยเหลือเหยื่อนาร์กีส
...
สังเกตว่ามนุษย์ที่เชื่อหมอดูงูๆ ปลาๆ ในประเทศใกล้เคียงโดนสยบ ไปแล้ว (แต่คาดว่าแค่ชั่วคราว) ส่วนตานฉ่วยจะเป็นเมื่อใด ต้องถามหมอดูคนนั้น
...
ว่ากันว่าหน่วยข่าวกรองของพม่า เป็นหน่วยข่าวกรองที่ดีที่สุดประเทศหนึ่งของโลก
...
พื้นที่ที่โดนพายุนาร์กีสพัดถล่ม เป็นเขตที่ประชาชนกระด้างกระเดื่องต่อรัฐบาลทหารพม่ามาทุกยุคทุกสมัย เป็นเขตของนางอองซาน ซูจี เป็นเขตที่มีการเข่นฆ่าประชาชน พระสงฆ์จำนวนมาก
รัฐบาลกลัวอาถรรพ์ของภูตผีปีศาจที่แค้นเคือง จึงย้ายเมืองหลวง นี่เป็นปัจจัยหนึ่ง นอกเหนือเหตุผลอีกหนึ่งแสนแปดหมื่นข้อ
และการที่พื้นที่เหล่านี้โดนพายุถล่ม รัฐบาลทหารพม่าจึงแอบสะใจเล็กน้อย
...


อาหารที่องค์กรต่างๆ ให้การช่วยเหลือเข้าไปนั้น รัฐบาลทหารพม่าเอาไปแจกให้ประชาชนโดยมีเงื่อนไขว่า "มึงต้องไปลงประชามตินะแสดดด....."
...
คูหาลงประชามติของพม่า มีทหารเอาปืนจ่ออยู่หน้าคูหา และเห็นการลงคะแนนอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นถ้าใครกาเครื่องหมายผิดช่อง (ที่รัฐบาลทหารต้องการ) ก็เตรียมบอกลาลูกเมียได้เลย
...
และว่ากันว่า การนับคะแนนของรัฐบาลทหารพม่า เกิดขึ้นภายในกองทัพ ซึ่งไม่อนุญาตให้ใครย่างกรายเข้าไปใกล้ แม้แต่แมงกุดจี่จะกลิ้งขี้ไปเฉียดก็ไม่ได้ ... เมื่อนับเสร็จแล้วจึงออกมาประกาศต่อโลก
เพราะฉะนั้น 92 เปอร์เซนต์ที่ประกาศออกมาว่าประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญ อาจน้อยไปด้วยซ้ำ
...
รัฐธรรมนูญของพม่า ใช้เวลาร่าง 14 ปี ... (สงสัยกำลังทำความเข้าใจอยู่ว่า รัฐธรรมนูญเพื่อประชาธิปไตยในแบบของพม่า ควรจะเป็นอย่างไร และก็ออกมาอย่างที่เห็น)
...
รัฐธรรมนูญของพม่า มีข้อบัญญัติข้อหนึ่งบอกว่า ห้าม คนที่แต่งงานกับชาวต่างชาติและมีบุตรกับชาวต่างชาติเป็นผู้นำ ซึ่งเป็นการเขียนกฎหมายกีดกันนางอองซาน ซูจี ที่มีสามีเป็นชาวอังกฤษ โดยเฉพาะ
...
ขณะนี้พม่ามีการแบ่งข้างออกเป็น 3 ก๊ก ใหญ่ คือ ประชาชนที่ต่อต้าน ชนกลุ่มน้อย และรัฐบาลทหาร และภายในแต่ละกลุ่มก็มีการแย่งชิงอำนาจภายใน ไม่เว้นแม้แต่รัฐบาลทหารเช่นกัน เพราะฉะนั้นตั้งแต่ นายพลเนวิน พลเอกขิ่นยุ้น จนถึงพลเอกอาวุโสตานฉ่วย ก็ล้วนเกิดการปฏิวัติหักล้างแย่งชิงกันมาแล้วทั้งสิ้น
...
ฯลฯ
ไว้ค่อยมาฝอยต่อ ...
ปล. คุณ Dogiestyle ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจดังนี้ ขออนุญาตเผยแพร่ต่อครับ
ผมเคยไปอยู่ที่พม่ามาก่อน...
อองซานซูจี ในสายตาของคนพม่าที่ทำการค้า..
เธอเป็นเหมือนตัวปัญหาอะไรสักอย่างหนึ่งที่แก้ไม่ตก
สิ่งเดียวที่รักษาชีวิตเธอไว้ได้คือ
เธอเป็นลูกสาวของท่านผู้นำที่ประกาศเอกราช
เท่านั้นเองจริงๆ
นั่นคือเหตุผลปัจจัยภายในที่ทหารพม่า ไม่จัดการเฉือดเธอซะ
ปัจจัยภายนอกคือ ประชาติชนโลกมามองพม่ามากไป
พม่าก็ไม่อยากมีปัญหากับชาวโลกมากไปกว่านี้เช่นกัน
ทีนี้ประชาชนเดือดร้อนยังไง?
รัฐบาลพม่างี่เง่ากับอองซานซูจี
ประชาคมโลกกดดันทหาร คว่ำบาตรทางการค้า
ประชาชนเดือดร้อน
ทหารก็...ช่างแม่งมึง
ในความคิดผมที่ไปอยู่พม่ามาร่วมสองปี
ผมมั่นใจว่า ประชาชนทำการค้าส่วนใหญ่เค้าไม่ค่อยสนใจกันหรอกครับ ว่าป้านี้จะได้เสรีหรือไม่
เค้าสนกันว่าจะทำอะไรกินมากกว่า
ช่วงนากีสเข้า มีแม่เพื่อนคนหนึ่งเป็นที่ปรึกษาของสหประชาชาติได้เข้าไปดูแล
เค้าบอกว่า เหตุผลที่พม่าไม่รับคนจากต่างชาติมา
1. พม่าไม่อยากมีบุญคุณกับชาติใดๆ เพราะพม่าคงเป็นประเทศไม่กี่ประเทศในโลกแล้วมั้งที่มีทรัพยากรสมบูรณ์
2. ลำพังพายุเข้าก็ชิบหายพออยู่แล้ว
ถ้าเอาเจ้าหน้าที่จากเมืองนอกมา แม่งต้องมาเสียเวลาพาไปดูพื้นที่ ต้องมาเลี้ยงดู ต้องมาสอนอะไรอีกเยอะแยะ สู้เอาปัจจัยมา แล้วมาจัดการกันเองจะเร็วกว่า
แต่ก็นั่นแหละ ก็มีการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกันอยู่ดี
เหมือนประเทศอื่นๆครับ


แต่ก็นะประเทศเรานี่แหละ สบายใจดีล่ะ..
#1 By Hado~ฮา(แล้วล่ะ)โด้ on 2008-06-18 12:42