Photo Gallery : This is Bangkok "Life and Line"
posted on 20 Sep 2008 16:26 by go2devill in PHOTO
นึกย้อนกลับไป นี่มัน 2
ปีมาแล้วที่ผมไม่ได้เดินทางเข้าไปปะปนกับผู้คนในเมืองใหญ่ที่ชื่อว่า
กรุงเทพมหานคร
การกลับไปครั้งนี้จึงค่อนข้างมีความหมายมากกว่าการเดินทางไปทำธุระธรรมดา
เพราะ 2 ปีที่ว่า คือระยะเวลาที่ผมห่างจากเพื่อนสนิทมิตรสหายไปด้วยนั่นเอง
หลัง
เรียนจบ ผมยังคงมีความสุขกับชีวิตในภูธร ขณะที่เพื่อนๆ
เมื่อแยกย้ายกันไปก็ไปรวมตัวกันใหม่ใน กทม.
สรุปคนที่โดนโดดเดี่ยวกลายเป็นผมซะงั้น ...
ผมออกจากมหาสารคามเวลา
21.00 น. ถึงปลายทางหมอชิตเวลา 03.59 น. ขาดอีกนาทีเดียวก็จะครบ 7
ชั่วโมงเต็ม เหนื่อยและล้าใช่เล่น ผ้าเย็นลูบหน้าแล้วตั้งสติ
คิดถึงที่อยู่เพื่อนที่ได้ถามไว้เมื่อครานั้น จำได้เลาๆ ว่า "วิภาวดี 32"
จะรอรถเมล์ก็คงจะไม่ไหว เห็นไอ้เกลอมันว่านั่งรถแท็กซี่หมดไม่กี่บาท
จึงตัดสินใจขึ้นไปตามมันว่า
พอถึงที่หมายแล้วก็เร็วจริง แต่ราคาที่ว่าไม่เท่าไหร่ในมิเตอร์ไปหยุดที่เลขสองตัวนั่นคือ 85
แพงอยู่ แต่ช่างมันมาอยู่แค่วันเดียวก็กลับแล้ว ....
วาง
กระเป๋าเป้สัมภาระลงค่อยโล่งหลัง ใบนิดเดียวแต่หนักใช่เล่น
กำหนดการประชุมบอกว่าเริ่ม 9.00 ผมใช้ช่องว่างที่พอมีอยู่หวังงีบสักพัก
แต่ทันทีที่เอยกายลงนอน เสียงเจ้าเครื่องปั่นน้ำก็ดังขึ้น
สักพักเสียงแอร์ดังตาม แล้วมันก็ดังสลับกันไปมาจนเช้า จึงได้แต่ทำใจ
แล้วฝืนลุกจากที่นอนอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งของฝูงชน
และเป็นส่วนหนึ่งการจราจรที่น่าชื่นใจที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
การ
ประชุมไม่มีอะไรมาก ผมไปสายนิดหน่อย
เพียงเพราะเผื่อเวลาคลาดเคลื่อนตามประสาบ้านนอกเข้ากรุงที่มักจะเผื่อเวลา
การเดินทางใน กทม. น้อยไปเสมอ
หลังประชุมเสร็จจึงโทรนัดแนะผอง
เพื่อน เพื่อรวมตัวสนทนาธรรม สังคม การเมือง กันสักหน่อย
ตกปากรับคำกันไว้เวลา 18.00 น. ที่ลาดพร้าวซอย 1
มันบอกว่าที่นั่นมีที่นั่งเล่นบรรยากาศดี เหมาะกับการพบปะพูดคุย
เดินเข้าไปจนสุดซอยจะเห็นร้านชื่อ "บันเทิงเริงรมย์" อืม ...
คิดหน้าตาไม่ออก แต่จินตนาการจากชื่อร้านแล้วชวนขนลุกเล็กน้อย
เอาเป็นว่า 6 โมงเย็นเจอกัน แต่ตอนนี้มันเพิ่งเที่ยง แล้วกูจะไปไหนเนี่ย ......
นั่น
แหละครับมันจึงเป็นที่มาของภาพชุดนี้ ผมกลับไปตั้งหลักที่วิภาวดี 32
เก็บกระเป๋าเสร็จเดินออกจากห้องเรื่อยเปื่อย แวะโน้นไปนี้ เดินเรื่อยๆ
จนถึงลาดพร้าวซอย 1 มันไม่ค่อยไกลเท่าไหร่ แต่ก็เรียกเหงื่อได้เล็กน้อย
และพานให้คิดถึงสมัยที่มาฝึกงานที่มติชน
ครั้งหนึ่งผมเคยเหลือเงินในกระเป๋า 4 บาท
ปัญหาคือห้องพักผมมันอยู่แถวโรงแรมมารวย ระยะทางมันไกลโข
แต่นับสตางค์เหรียญที่ดังก๊องแก๊งในกระเป๋าแล้วมันไม่เหลือทางเลือกให้ผม
มากนัก การเดินทางท่ามกลางการจราจรที่ติดขัด ระยะทางยาวไกล
และใจที่หดหู่จึงเริ่มขึ้น ครั้งนั้นผมเดินเร็ว เงียบ และจดจ่อกับมันมาก
กว่า
2 ชั่วโมงจากมติชนถึงมารวย ผมถึงห้องพร้อมกับนั่งเงียบๆ หิวจนลืมหิว
เหนื่อยจนลืมเหนื่อย เหงื่อที่ปาดออกมามีแต่คราบเขม่าควัน ผมสบถในใจว่า
"มึงมาทำห่าอะไรที่นี่ว่ะ !!" ไม่มีคำตอบใดๆ หลุดออกมา มีแต่น้ำตาที่รื้นๆ
อยู่ในอก
.........
สลับฉากมาที่การเดินทางคราวนี้
สถานการณ์เปลี่ยน ผมค่อนข้างมีความสุขกับการค่อยๆ ย่างก้าวไป
พร้อมกับยกกล้องมาลั่นชัตเตอร์เก็บภาพทีละช็อตไปเรื่อยจนถึงที่หมาย
วิถี
ชีวิตรายทางมีบางอย่างบอกว่าที่ผมเจออยู่มันน้อยนิดเศษเสี้ยวกับอีกหลายคน
และภาพแต่ละภาพที่คุณจะได้เห็นต่อไปนี้
บอกผมว่าทุกหยาดเหงื่อแห่งการต่อสู้
ทุกย่างก้าวแห่งการเดินทางมีผลตอบแทนที่คุ้มค่าเสมอ ...
ภาพสุดท้ายของการเดินทางบอกผมเช่นนั้น ...
ส่วน
บรรยากาศการสนทนาระหว่างผมกับเพื่อนๆ ในร้าน บันเทิงเริงรมย์
ไม่ได้มีความสวย หรือความเสียวอย่างที่คิด
ยิ่งได้เห็นหน้าแต่ละคนที่นั่งประจันหน้ากันนี่ อืม ...
ผมหล่ะอยากลาบวชจริงๆ
ขอยืมคำพูดของคุณชูวิทย์มาหน่อยแล้วกัน
"ผมมองเห็นปัญหา ของพวกมึง ..."
เพราะฉะนั้นภาพหลังการเดินทางไม่เหมาะกับการนำมาเผยแพร่เป็นอย่างยิ่ง
เพราะมีแต่จะทำให้หำเหี่ยวก็เท่านั้น .......
















แต่ละภาพให้อารมณ์ดีมากๆ
ขออนุญาตลักจำการจัดวางภาพดีๆไปนะคะ ^^
ขอบคุณที่ถ่ายภาพสวยๆมาให้ดูค่า~
#1 By k a z on 2008-09-20 16:32