ส.ส.จำเป็นในสภาเคลื่อนที่
posted on 08 Nov 2008 13:55 by go2devill in PHOTO
เมื่อไม่กี่วันมานี้มีหน้าที่ต้องเดินทางขึ้นเหนือ ไม่ใช่ภาคเหนือ
ไม่ใช่เชียงใหม่ เหมือนคนใหญ่คนโตเขาชอบทำกันหรอกครับ เหนือที่ว่าก็คือ
อีสานเหนือ จากมหาสารคามข้ามภูพานสู่สกลนคร
รถ แอร์ ป.2 คือ ระบบขนส่งมวลชนที่ผมเลือกใช้บริการ ระหว่างทางที่ยาวนานผมเฝ้ามองหาว่ามันมีแอร์ออกมาตรงไหน (ว่ะ) อากาศที่อบอ้าว ร้อนชื้น แต่ที่นี่ประเทศไทย ไม่มีคำว่าลิมิตสำหรับการบรรทุกผู้โดยสารอยู่แล้ว ใครไคร่โบก ก็โบก เพราะพี่แกไคร่จอดให้ทุกป้ายรายทางอยู่แล้ว รู้ตัวอีกทีทั้งเขาทั้งเราก็แฝงตัวอยู่ในเทือกเขาภูพานแล้ว
เมื่อไม่มีแอร์ ไม่มีที่ว่าง มีแต่ทางโค้งแล้วโค้งอีก กว่าจะผ่านส่วนที่เรียกว่า "ปิ้งงู" ในภูพาน น้ำลายผมก็เริ่มแตกฟองเล็กน้อย
เสน่ห์ อย่างหนึ่งของการเลือกเดินทางแบบนี้ก็คือ เรื่องเล่าบนรถ มันคล้ายกับฝนตกขี้หมูไหล คนไฉไลมาพบกัน ป้าคนนี้มีลูกเป็นนายร้อย ยายคนนั้นเพิ่งกลับจากเยี่ยมหลาน พี่คนนี้ถูกผัวทิ้งเมื่อวาน หนุ่มหน้าหวานถูกโกงค่าแรง ต่างคนต่างสบายใจในการนำเรื่องราวของตนที่พานพบมาถ่ายทอดโดยไม่รู้สึกว่า ต้องปิดบังอะไร
"หนูเพิ่งเลิกกับผัว เพราะมันจับได้ว่าหนูแอบไปมีกิ๊ก เป็นเด็กวัยรุ่นยังไม่ถึง 20 เลย รู้จักกันโดยบังเอิญเพราะเขาโทรมาผิดเบอร์ แต่คุยกันถูกคอเลยติดต่อกันเรื่อย ที่สุดก็ลองคบกัน ..."
"หลานยาย นี้เขาเรียนเก่ง สอบได้ที่ 1 ตลอด นี่ก็เพิ่งไปเยี่ยมมา เห็นเขาบอกว่าอ่านหนังสือกันดึกดื่นเที่ยงคืน กว่าจะหลับจะนอนก็ตีสองตีสาม ไม่ค่อยมีเวลาพัก ยายก็สงสาร เลี้ยงมาแต่อ้อนแต่ออด เลยให้ตังค์ไว้ใช้สามพัน เด็กทุกวันนี้เรียนกันเอาเป็นเอาตาย ..."
".......... ฯลฯ ..........."
ต่าง คนต่างเล่า คนที่ไม่ได้เล่าต้องเป็นคนฟัง บางทีก็ไม่มีคนฟัง เพราะทุกคนเล่าพร้อมๆ กัน นักเล่าคนแล้วคนเล่าขึ้นมาแล้วลงไปตามจุดหมายรายทาง เรื่องเล่าพรั่งพรูออกมาแล้วหายไปราวกับรถคันนี้เป็นสุขาเคลื่อนที่เอาไว้ ระบายความรู้สึกนึกคิดหรือประสบการณ์ชีวิตของแต่ละคน
แต่มันคงไม่มี เรื่องอะไรน่าจดจำมากนัก ถ้าหากใครสักคนไม่หยิบเรื่อง "การเมือง" ขึ้นมาเป็นหัวข้อสนทนา และแน่นอนว่าชายคนนั้นคือกระทู้สำคัญสำหรับแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
"ปีนี้ยางพาราเยอะนะ แต่ราคาตกจนแทบไร้ค่า ก็จะไม่ให้มันตกต่ำได้ไง ก็พวกพันธมิตรมันชุมนุมไม่เลิก รัฐบาลเลยไม่ได้ทำงาน ..."
"ทักษิณเลากลับมาเมืองไทย แล้วพาหมู่เลาไปเบิ่งนาข้าว เลาอยากส่อยซาวบ้านให้ขายข้าวได้ราคา กะไปว่าเลาสิขายชาวนาให้พวกแขก ..."
"เลารวยกะไปว่าเลาโกง ทรัพย์สินของเลา เลาอยากขายจักบาทกะสิไปหนักหัวไผ ไปยากหนังนำ พวกขี้อิจฉา ..."
" เป็นตาสงสารเลาอยู่ ส่อยคนจน แล้วขัดใจคนรวย พวกนั้นมันบ่ยอมดอก ไล่เลาออกไปแล้วกะไล่คนของเลา นายกสมัครกะถืกไล่ออก สมชายนี่กะถืกไล่จนเลาเฮ็ดงานบ่ได้ ..."
"ทักษิณ ..."
"ทักษิณ ..."
"ทักษิณ ..."
"ทักษิณ ..."
"ท้ากกกกกกกกกกกกกกก สินนนนนนนนนนนนนนนนน ..."
หัว ข้อสนทนามักจะไปในทิศทางเดียวกันเสมอเมื่อพูดชายคนนี้ คล้ายกับชุดความคิดเหล่านี้ถูกถ่ายทอดมาอย่างมีประสิทธิภาพ คำพูดของเพื่อนร่วมทางจากมหาสารคามข้ามภูพานถึงสกลนคร เป็นชุดคำพูดที่เหมือนกันราวกับถูกวางบทสนทนาไว้เช่นนั้น
ผมไม่ได้ คิดว่าพวกเขาคิดผิด หรือพวกคุณคิดถูก เพียงแต่รู้สึกว่าเรื่องการเมืองนั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่ว่าด้วยเหตุผลแล้ว ตรงกันข้ามว่ามันกลายเป็นเรื่องอารมณ์มากกว่า และอารมณ์ร่วมแต่ละคนก็ก่อขึ้นเป็นกำแพงความคิดที่ยากจะทลายลง
แม้จะ มีหลายคนถูกจ้างให้ไปราชมังคลาฯ แต่ผมไม่เชื่อว่าจะมีใครจ้างคนเหล่านี้มาพูดบนรถทัวร์เป็นแน่ ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นความเชื่อว่าสังคมแย่เพราะพวกเหลืองจ้องจะล้างผลาญนักการเมืองของเขา เป็นความเชื่อว่า "ทักษิณ ชินวัตร" นายกฯ ของเขาถูกกลั่นแกล้ง
เป็นความเชื่อบนความศรัทธา ซึ่งหาได้ยากว่าจะมีใครสามารถกุมหัวใจของชาวบ้านได้มากขนาดนั้น
.......
รถทัวร์ ป.2 วิ่งถึงที่หมาย บขส. สกลนคร
ส. ส. จำเป็นเริ่มทยอยลงจากสภาเคลื่อนที่ การวิพากษ์ทางการเมืองเสร็จสิ้น ต่างคนต่างมุ่งหน้าไปทำหน้าที่ตามบทบาทตนเอง ประชาชนตัวดำๆ อย่างผมรู้สึกโล่งใจที่สามารถข้ามภูพานผ่านโค้งปิ้งงูมาได้ และโล่งใจเป็นเท่าตัวที่สามารถออกจากสภาอันทรงเกียรติได้
ผมแบกเป้ ขึ้นหลัง พลางโบกเรียกรถสามล้อเครื่องไปส่งยังที่พัก พลันที่ผมก้าวขึ้นรถ ลุงคนขับมองผ่านกระจกหลังก่อนเปิดการสนทนาด้วยการถามผมว่ามาทำธุระอันใดใน สกลนคร ก่อนที่จะชวนผมคุยเรื่องการเมือง !!
ผมทำทีเป็นหูทวนลม ก่อนจะถามแกกลับไปว่า "อยู่นี่ฝนตกดีบ่ลุง ..."
.........
........
........
ปล.1 ผมเก็บเอาภาพมาฝากด้วยครับ
ปล.2 ภาพทั้งหมดไม่ได้ถ่ายที่สกลนคร แต่เป็นนครพนม เนื่องจากขณะที่อยู่สกลฯ ฝนตกตลอดทั้งวันจึงไม่มีภาพมาฝากครับ








รถ แอร์ ป.2 คือ ระบบขนส่งมวลชนที่ผมเลือกใช้บริการ ระหว่างทางที่ยาวนานผมเฝ้ามองหาว่ามันมีแอร์ออกมาตรงไหน (ว่ะ) อากาศที่อบอ้าว ร้อนชื้น แต่ที่นี่ประเทศไทย ไม่มีคำว่าลิมิตสำหรับการบรรทุกผู้โดยสารอยู่แล้ว ใครไคร่โบก ก็โบก เพราะพี่แกไคร่จอดให้ทุกป้ายรายทางอยู่แล้ว รู้ตัวอีกทีทั้งเขาทั้งเราก็แฝงตัวอยู่ในเทือกเขาภูพานแล้ว
เมื่อไม่มีแอร์ ไม่มีที่ว่าง มีแต่ทางโค้งแล้วโค้งอีก กว่าจะผ่านส่วนที่เรียกว่า "ปิ้งงู" ในภูพาน น้ำลายผมก็เริ่มแตกฟองเล็กน้อย
เสน่ห์ อย่างหนึ่งของการเลือกเดินทางแบบนี้ก็คือ เรื่องเล่าบนรถ มันคล้ายกับฝนตกขี้หมูไหล คนไฉไลมาพบกัน ป้าคนนี้มีลูกเป็นนายร้อย ยายคนนั้นเพิ่งกลับจากเยี่ยมหลาน พี่คนนี้ถูกผัวทิ้งเมื่อวาน หนุ่มหน้าหวานถูกโกงค่าแรง ต่างคนต่างสบายใจในการนำเรื่องราวของตนที่พานพบมาถ่ายทอดโดยไม่รู้สึกว่า ต้องปิดบังอะไร
"หนูเพิ่งเลิกกับผัว เพราะมันจับได้ว่าหนูแอบไปมีกิ๊ก เป็นเด็กวัยรุ่นยังไม่ถึง 20 เลย รู้จักกันโดยบังเอิญเพราะเขาโทรมาผิดเบอร์ แต่คุยกันถูกคอเลยติดต่อกันเรื่อย ที่สุดก็ลองคบกัน ..."
"หลานยาย นี้เขาเรียนเก่ง สอบได้ที่ 1 ตลอด นี่ก็เพิ่งไปเยี่ยมมา เห็นเขาบอกว่าอ่านหนังสือกันดึกดื่นเที่ยงคืน กว่าจะหลับจะนอนก็ตีสองตีสาม ไม่ค่อยมีเวลาพัก ยายก็สงสาร เลี้ยงมาแต่อ้อนแต่ออด เลยให้ตังค์ไว้ใช้สามพัน เด็กทุกวันนี้เรียนกันเอาเป็นเอาตาย ..."
".......... ฯลฯ ..........."
ต่าง คนต่างเล่า คนที่ไม่ได้เล่าต้องเป็นคนฟัง บางทีก็ไม่มีคนฟัง เพราะทุกคนเล่าพร้อมๆ กัน นักเล่าคนแล้วคนเล่าขึ้นมาแล้วลงไปตามจุดหมายรายทาง เรื่องเล่าพรั่งพรูออกมาแล้วหายไปราวกับรถคันนี้เป็นสุขาเคลื่อนที่เอาไว้ ระบายความรู้สึกนึกคิดหรือประสบการณ์ชีวิตของแต่ละคน
แต่มันคงไม่มี เรื่องอะไรน่าจดจำมากนัก ถ้าหากใครสักคนไม่หยิบเรื่อง "การเมือง" ขึ้นมาเป็นหัวข้อสนทนา และแน่นอนว่าชายคนนั้นคือกระทู้สำคัญสำหรับแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
"ปีนี้ยางพาราเยอะนะ แต่ราคาตกจนแทบไร้ค่า ก็จะไม่ให้มันตกต่ำได้ไง ก็พวกพันธมิตรมันชุมนุมไม่เลิก รัฐบาลเลยไม่ได้ทำงาน ..."
"ทักษิณเลากลับมาเมืองไทย แล้วพาหมู่เลาไปเบิ่งนาข้าว เลาอยากส่อยซาวบ้านให้ขายข้าวได้ราคา กะไปว่าเลาสิขายชาวนาให้พวกแขก ..."
"เลารวยกะไปว่าเลาโกง ทรัพย์สินของเลา เลาอยากขายจักบาทกะสิไปหนักหัวไผ ไปยากหนังนำ พวกขี้อิจฉา ..."
" เป็นตาสงสารเลาอยู่ ส่อยคนจน แล้วขัดใจคนรวย พวกนั้นมันบ่ยอมดอก ไล่เลาออกไปแล้วกะไล่คนของเลา นายกสมัครกะถืกไล่ออก สมชายนี่กะถืกไล่จนเลาเฮ็ดงานบ่ได้ ..."
"ทักษิณ ..."
"ทักษิณ ..."
"ทักษิณ ..."
"ทักษิณ ..."
"ท้ากกกกกกกกกกกกกกก สินนนนนนนนนนนนนนนนน ..."
หัว ข้อสนทนามักจะไปในทิศทางเดียวกันเสมอเมื่อพูดชายคนนี้ คล้ายกับชุดความคิดเหล่านี้ถูกถ่ายทอดมาอย่างมีประสิทธิภาพ คำพูดของเพื่อนร่วมทางจากมหาสารคามข้ามภูพานถึงสกลนคร เป็นชุดคำพูดที่เหมือนกันราวกับถูกวางบทสนทนาไว้เช่นนั้น
ผมไม่ได้ คิดว่าพวกเขาคิดผิด หรือพวกคุณคิดถูก เพียงแต่รู้สึกว่าเรื่องการเมืองนั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่ว่าด้วยเหตุผลแล้ว ตรงกันข้ามว่ามันกลายเป็นเรื่องอารมณ์มากกว่า และอารมณ์ร่วมแต่ละคนก็ก่อขึ้นเป็นกำแพงความคิดที่ยากจะทลายลง
แม้จะ มีหลายคนถูกจ้างให้ไปราชมังคลาฯ แต่ผมไม่เชื่อว่าจะมีใครจ้างคนเหล่านี้มาพูดบนรถทัวร์เป็นแน่ ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นความเชื่อว่าสังคมแย่เพราะพวกเหลืองจ้องจะล้างผลาญนักการเมืองของเขา เป็นความเชื่อว่า "ทักษิณ ชินวัตร" นายกฯ ของเขาถูกกลั่นแกล้ง
เป็นความเชื่อบนความศรัทธา ซึ่งหาได้ยากว่าจะมีใครสามารถกุมหัวใจของชาวบ้านได้มากขนาดนั้น
.......
รถทัวร์ ป.2 วิ่งถึงที่หมาย บขส. สกลนคร
ส. ส. จำเป็นเริ่มทยอยลงจากสภาเคลื่อนที่ การวิพากษ์ทางการเมืองเสร็จสิ้น ต่างคนต่างมุ่งหน้าไปทำหน้าที่ตามบทบาทตนเอง ประชาชนตัวดำๆ อย่างผมรู้สึกโล่งใจที่สามารถข้ามภูพานผ่านโค้งปิ้งงูมาได้ และโล่งใจเป็นเท่าตัวที่สามารถออกจากสภาอันทรงเกียรติได้
ผมแบกเป้ ขึ้นหลัง พลางโบกเรียกรถสามล้อเครื่องไปส่งยังที่พัก พลันที่ผมก้าวขึ้นรถ ลุงคนขับมองผ่านกระจกหลังก่อนเปิดการสนทนาด้วยการถามผมว่ามาทำธุระอันใดใน สกลนคร ก่อนที่จะชวนผมคุยเรื่องการเมือง !!
ผมทำทีเป็นหูทวนลม ก่อนจะถามแกกลับไปว่า "อยู่นี่ฝนตกดีบ่ลุง ..."
.........
........
........
ปล.1 ผมเก็บเอาภาพมาฝากด้วยครับ
ปล.2 ภาพทั้งหมดไม่ได้ถ่ายที่สกลนคร แต่เป็นนครพนม เนื่องจากขณะที่อยู่สกลฯ ฝนตกตลอดทั้งวันจึงไม่มีภาพมาฝากครับ








Tags: ทักษิณ, สภา3 Comments


ทำให้เห็นว่าคนเราเดี๋ยวนี้ไม่ได้มองอะไรให้ลึกซึ้งมองเพียงผิวเผินเท่านั้น ปอนคิดว่าถ้าเราสามารถแก้ไขในเรื่องของความเข้าใจในระบอบการเมืองและจริยธรรมได้ปัญหาต่างๆ น่าจะลดลง เพราะปัจจุบันความมั่งคั่งกลายเป็นเสมือนเครื่องวัดจริยธรรมและคุณธรรมไปซะแล้ว
#1 By ปอนปอน on 2008-11-08 14:49