I have a dream
posted on 16 Mar 2009 17:21 by go2devill in ARTICLE"I have a dream" ประโยคอมตะของมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์
ผมคงไม่ได้ให้ความหมายของคำนี้มากกว่ารูปประโยคที่เรียบเรียงง่ายๆ แล้วแปลความหมายซื่อๆ โต้งๆ อย่างที่เป็นอยู่นี้หรอก เพียงแต่อยู่ดีๆ ก็นึกถึงมันขึ้นมา ในยามที่ชีวิตไม่ได้เป็นอย่างที่คาดหวังเท่าใดนัก
คำๆ นี้ช่วยฉุดผมขึ้นมาจากภวังค์ ซากความหลังที่ร้าวรื้น เจ็บจนเต็มกลืน ฝืนอย่างยิ้มเยาะความตาย
...
ผมไม่ได้รู้จักมาร์ตินเป็นการส่วนตัว หรือในด้านวรรณกรรม ประวัติศาสตร์ หรือการเมือง แต่ผมคงมีความฝันไม่ต่างจากเขาเป็นแน่
ฮีโร่ของอเมริกันผิวสี และคนผิวดำทั้งโลกฝันอะไร ผมคงฝันไม่น้อยกว่านั้น
...
a dream
ช่วงต้นปีที่ผ่านมา เหล่าอเมริกันชนถูกปลุกขึ้นมาสู่ความฝันอีกครั้ง ด้วยพลังของคำว่า Change ที่ประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของมะกันยกเป็นหัวใจในการสร้างความหวัง ท่ามกลางสงครามเศรษฐกิจและสังครามก่อการร้ายที่ไม่มีท่าทีจะจบสิ้น
ขณะเดียวกันที่ประเทศไทยแลนด์แดนสยาม หลายคนคงสมหวังกับการเปลี่ยนแปลงผู้นำประเทศ เป็น Change เล็กของโอบามาร์ค ท่ามกลางเสือ สิงห์ กระทิง แรด เหลือบ เลน และเหี้ยทางการเมือง รวมถึงคนกลุ่มเหลือง-แดง ที่ชูมือ-ตีนเพื่อเรียกร้องในสิ่งที่ตัวเองต้องการ
มันอาจเป็นฝันขื่นๆ อย่างที่ว่าไว้ข้างต้น ภายใต้ความฝันที่มีความจริงที่เจ็บปวดควบคู่กันอยู่ โดยมีระยะห่างแค่เปลือกตากั้นเท่านั้น
...
I have a dream ผมนึกย้อนถึงถ้อยคำของมา์ร์ติน ผู้ไม่ยินยอมให้สีขาว-ดำแบ่งแยกชนชั้นเผ่าพันธุ์มนุษย์
I have a dream ผมนึกถึงความฝันที่ตัวเองอยากเห็น การลืมตาอ้าปากของประชาชน และความก้าวหน้าทางการเมืองอย่างแท้จริง
I have a dream ผมนึกถึงฝันจากคำสอนของมหาปราชญ์ผู้ใช้ธรรมะนำทางโลก "พระสัมมาสัมพุทธเจ้า" คำสอนของพระพุทธองค์หลายข้อบอกให้พุทธศาสนิกชนและคนทั้งโลกควรเข้าใจในข้อที่ว่า "นักรบ หรือนักปกครองที่ยิ่งใหญ่ หากไม่ใส่ใจธรรมะ ก็ไม่ต่างจากมหาโจร" ในอดีตจึงเห็นกษัตริย์ หรือนักรบผู้ยิ่งใหญ่มีส่วนในการทำนุบำรุงศาสนาอยู่เป็นนิจ และการสนทนากับพระ นักบวช คือกิจวัตรหนึ่งของผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน
แต่สำหรับเมืองไทยในปัจจุบัน นักการเมืองจะเข้าวัดก็ต่อเมื่อมีญาติใครตาย !
...
ผมมีฝันหลายอย่าง
ระหว่างเขียนบทความชิ้นนี้ ผมนั่งอยู่บนรถเมล์สาย 92 มองออกไปสองข้างทางถนนลาดพร้าว เต็มไปด้วยรถยนต์มากหน้าหลายรุ่น นึกครุ่นคิดในใจว่าคนพวกนี้จะซื้อรถมาทำไมกันนักหนา ในเมื่อสภาพท้องถนนไม่อำนวยให้มีรถมากขนาดนั้น
ว่ากันว่า หากเอารถทั้งหมดใน กทม. มาเรียงกันบนถนนทุกสายในเมืองหลวงแห่งนี้ จะพบว่าถนนที่มีอยู่สั้นลงไปถนัดตา ผมเสนอว่าให้เอาไปโยนลงทะเล !
ผมอยากเห็นนโยบายคุมกำเนิดรถ
อยากเห็นสติ๊กเกอร์ โฆษณา หรือว่าอะไรสักอย่างที่มีความหมายในทำนองการรณรงค์คุมกำเนิดคนเมื่อหลายสิบปีก่อน
"มีรถมากจะยากจน"
"พรบ.การวางแผนครอบครอง (รถ)"
"เก็บภาษีคนมีรถ ... เพิ่ม ! 2 เท่า 2 เท่า"
ฯลฯ
ใช่แล้วครับ ... ทั้งหมดก็เพื่อคุมกำเนิดรถ แต่สาบานเถอะว่ามันจะยากมาก เพราะลำพังแค่ทำรถให้ประหยัดพลังงานมันยังไม่อยากจะทำเลย
เมืองไทย เมืองร้อน ลมมี แดดมี แต่ที่มีไม่มากคือ น้ำมัน แล้วทำไมพลังงานทุกอย่างจึงต้องไปสร้างให้มันอิงกับราคาน้ำมัน
เหลือบในการเมืองคงให้คำตอบได้ดี
...
สังเกตว่าความฝันมันเริ่มฟุ้งซ่าน
ตอนเด็กจำได้ว่ามีความฝันอย่างหนึ่งคือ การได้กระโดดน้ำในสระที่ไม่มีผีพรายน้ำ และปลิง
ผีพรายน้ำคือมายาที่ผู้ใหญ่เอาไว้หลอกเด็กๆ เพื่อป้องกันการเล่นน้ำโดยที่ไม่มีผู้ใหญ่ดูแล
ส่วนปลิงคือเรื่องจริง แต่สาบานได้ว่าผมกลัวปลิงน้อยกว่าผีพราย
...
ยิ่งว่ามายิ่งเห็นว่า a dream ของผมเนี่ยมันเยอะเกินกว่าจะใช้ " a " นำหน้า
แล้ว a dream ของคุณหล่ะครับ เป็นอย่างไรกัน
