แม่, ชาติไทย และปากกาบอกรัก
posted on 13 Aug 2009 19:02 by go2devill
.............
จั่วหัวไว้กึ่งรักกึ่งเครียด เห็นแค่ชื่อเรื่องก็รู้ว่าเกี่ยวกับวันแม่แน่ๆ ก็ถูกอย่างที่คิดนั่นแหละ แม้วันนี้จะผ่านวันแม่อย่างเป็นทางการมาแล้ว แต่คิดว่าอีก 364-365 วันที่เหลือก็สำคัญไม่แพ้กันแน่นอน
บอกรักแม่หรือยัง ?
สารภาพว่าไม่ได้บอก ไม่ได้เขิน ไม่ได้อาย แต่ไม่ได้บอก เพราะไม่รู้สึกว่าต้องบอกวันนี้ ที่ผ่านมาก็บอกแล้ว และไม่บอกปล่าว แสดงออกด้วยการบีบหัวนมแม่อย่างเมามันอีกต่างหาก (เรื่องจริง -*-) เนื่องจากวันแม่ของผมคือทุกๆ วัน ฉะนั้นวันแม่เชิงสัญลักษณ์เช่นเมื่อวานจึงเหมือนกับนาฬิกาวิ่งผ่านหน้าไปอย่างรวดเร็ว รู้สึกตัวอีกที อ้าววันที่ 13 แล้วเหรอเนี่ย ...
พักงานสักครู่ ... ขออนุญาตส่งโทรเลขไปบอกรักแม่ก่อน (แน่ใจนะว่าโทรเลข ...) (วงเล็บอีกที ... ตกลงวันแม่สำคัญไหมเนี่ย !)
.............
ขออภัยคะ หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ , Sorry ............ blah blah ....
.............
เสียงแม่ทำไมสาวกว่าปกติวะ -*-
ลองดูอีกรอบ ... อ้าาาาาา ติดแว้ววววว
โอเค คุยโทรศัพท์แป๊บๆ นะ
......
.....
...
..
.
.............
วางสายแล้ว ...
จะบอกรักกันยังมีอุปสรรค นี่แหละนะความรักของหนุ่มสาว (หือ ... นั่นแม่นะเว๊ยเฮ้ยยย !)
ประโยคหลังเนี่ยไม่ใช่นะครับ แต่ประโยคแรกหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ เพราะระหว่างที่โทรไปที่บ้าน ฝนเจ้ากรรมตกแบบไม่ลืมหูลืมตา แม่ผมเนี่ย เนื่องจากผ่านวัยสาวสะพรั่งมานานโขแล้ว ลำพังสถานการณ์ปกติก็ฟังไม่ค่อยจะได้ยิน แล้วยังจะมีซาวด์เอฟเฟ็กต์เป็นเสียงฝนซ่าๆ ไม่หยุด ฉะนั้นเลิกคุยกันได้เลยครับ
สรุปว่า ผมเก็บความรักไว้ไปบอกเองที่บ้านจะดีกว่า สะสางงานผ่านอาทิตย์นี้แล้ววางแผนจะกลับบ้านสัก 3-4 วัน พร้อมความหวังอันน้อยนิดว่าจะลดอาการปวดไมเกรนที่กำเริบหนักให้ทุเลาลงบ้าง
ซึ่งจะได้ผลดีหรือไม่นั้น ค่อยว่ากันตอนกลับมาจากบ้าน
...............
ขอแวะถึงอาการไมเกรนหน่อย เนื่องจากพักนี้งานยุ่งจัด เคลียร์งานจะทันไม่ทันแหล่ ลวกๆ เอาเสร็จไว้ก่อน คุณภาพค่อยว่ากันทีหลัง พวกหัวจริงจังอย่าว่ากันนะครับ เวลากับจินตนาการมันไม่สัมพันธ์กันจริงๆ
ทีนี้พอยุ่งจัดๆ มันก็พาลปวดไมเกรนบ่อยๆ พอมีเรื่องราวมาสะกิดต่อมเมื่อไหร่ก็แสดงอาการให้เห็นในทันที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว การงาน หรือบ้านเมือง
ลำพังสองอย่างแรก เหมือนจะเป็นคนละส่วนกันนะครับ แต่จริงๆ แล้วมันคืออันเดียวกันนั่นแหละ คือเรื่องส่วนตัวกับการงานเนี่ยมันสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง เพราะฉะนั้นอาการปวดไมเกรนเพราะงานเนี่ยมันสามารถจัดการแก้ปัญหาตัวเองได้ แต่เรื่องหลังเนี่ยมันยากจริงๆ
เนื่องจากสาขาที่เรียนมา งานที่ทำ มันต้องอยู่กับกองข่าวสารบ้านเมืองจริงๆ ไอ้ครั้นจะฟังบ้างไม่ฟังบ้าง หรือฟังแล้วอย่าคิดมาก มันก็เป็นไปได้ในทางทฤษฎี แต่ในทางปฏิบัติยอมรับว่ายากอยู่ เนื่องจากสภาพความขัดแย้งที่ร้าวลึก เกมการเมืองที่มากเกินไป บางทีก็ทำใจยอมรับลำบาก
ลองถามตัวเองเถอะครับ ว่าคุณเห็นนักการเมืองของประเทศไทยในทุกวันนี้เป็นอย่างไร คิดว่าส่วนมากไม่เชื่อน้ำยาว่าจะมีใครรักชาติและอยากพัฒนาประเทศอย่างจริงจัง ถึงอยากทำก็ไม่เชื่อว่าจะทุ่มกับมันมากกว่าทำเพื่อกลุ่มก้อนเพื่อนพ้องและผลประโยชน์ส่วนตัว
มันเป็นอย่างนี้มานาน และกินกันแบบหน้าด้านๆ สวาปามแบบไม่อายประชาชน นี่คือนักการเมืองไทย
ว่าแล้วก็ปวดไมเกรนขึ้นมาอีกนิดๆ
หยุดดีกว่า
................
เขียนเรื่องแม่ และประเทศชาติไปแล้ว แต่เอ๊ะ มันจั่วหัวว่ามีปากกาบอกรักด้วยนี่หว่า จะโรแมนติก หิมะตก ดอกไม้บานหรือเปล่านะ
ตอบว่า ... เปล่า !
คือเมื่อวานนี้ไปซื้อเมาส์ปากกาหรือ Tablet ของ Lapazz มาจากพันธ์ทิพย์ เพิ่งแกะจากกล่องลองใช้งานตะกี๊ เลยปาดโน่น ปาดนี่ ซ้ายขวาดู และไม่รู้จะวาดอะไร เลยเขียนข้อความพร้อมกับปาดเส้นสามเส้นไว้เป็น background ก่อนพิมพ์ข้อความใส่ให้ดูขึงขังสักหน่อย เป็นที่มาของลายเส้นแบบไม่จริงจัง แต่ดูจริงจังอีกแบบ
จริงๆ แล้วผมจริงจังนั่นแหละครับ
ไม่คิดว่าวันหนึ่งประเทศไทยจะใช้วาทกรรมรักชาติกันเกร่อได้ขนาดนี้ แสดงว่าบ้านนี้เมืองนี้ไม่ปกติแล้วครับ มีคนรักชาติมากเหลือเกิน แต่ทำไมมันถึงวุ่นวายมั่วซั่วได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้
ฮ่วย ! คิดแล้วปวดไมเกรน
นี่ผมคิดว่าจะเขียนพินัยกรรมเอาไว้ เผื่อเส้นเลือดในสมองแตกตาย จะให้ญาติพี่น้องฟ้องรัฐบาลทุกชุดตั้งแต่ทักษิณยันอภิสิทธิ์ ข้อหาสร้างความเครียดให้กับประชาชน
ลองดูสิเอ้า ...
ปล. ว่าแต่จะตายกันง่ายๆ ขนาดนี้เลยเหรอ

รักแม่
รักประเทศ
จร้าา
#1 By porpang on 2009-08-13 20:17