หากใครโทรศัพท์ติดต่อผม คงจะรู้สึกรำคาญมิใช่น้อย ไม่แน่ว่าอาจอยากเอาส้นเท้ากระแทกปลายสายเลยก็เป็นได้ สาเหตุเกิดขึ้นจากเจ้าโทรศัพท์คู่ทุกข์คู่ยากของผม ที่โคตรจะสมาร์ทโฟน ด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งดูทีวี ฟังวิทยุ ฟังเพลง เล่นเน็ต ส่งข้อความ บลูตุ๊ด จอสี ฯลฯ คือมันทำหน้าที่ได้ดีหมด ยกเว้นอย่างเดียวคือ การโทรเข้า-ออก!!

เอ่อ…ไอ้หน้าที่ของโทรศัพท์เนี่ย มันคือใช้โทรไม่ใช่เหรอครับ?

คำตอบคือมันโทรได้นั่นแหละ เพียงแต่ด้วยความเก่า และใช้งานสมบุกสมบัน ลุยน้ำ ลุยไฟ เหงื่อไหล ไคลย้อยเยิ้มเปียกตลอดหลายปีที่ผ่านมา จึงทำให้ไอ้เจ้าเครื่องมือถือของผมออกอาการงอแง เวลาคุยกับใครจะมีเสียงเซ็งแซ่ บ้างเหมือนคลื่นแทรก บ้างเหมือนมีเด็กแว๊นส์อยู่ใกล้ๆ แล้วซ่อมไปหลายครั้งหลายคราวก็ไม่มีท่าทีจะดีขึ้น

รวมๆ ค่าซ่อมน่าจะซื้อเครื่องใหม่ได้แล้วมั๊ง

ด้วยความเกรงใจ (เพิ่งจะสำนึก!!) เลยทำทีเดินหลงไปในห้างเสียอย่างนั้น เพื่อเลือกดูโทรศัพท์สักเครื่อง…

ให้ตายเถอะ!! ผมไม่เคยรู้สึกพะอืดพะอมในการซื้อของแบบนี้มาก่อนเลย

โทรศัพท์มากหน้าหลายรุ่นเรียงรายละลานตาในตู้กระจกพร้อมกับติดป้ายราคา ผมนึกถึงอะไรบางอย่างคล้ายๆ กันในตู้กระจก แต่นั่นติดเพียงหมายเลขเบอร์หาใช่ราคาและการเลือกซื้อคงไม่ยุ่งยากยุบยิบเหมือนเลือกโทรศัพท์สักเครื่องเป็นแน่

สภาวะที่ทำให้ผมรู้สึกพะอืดพะอมอย่างที่เกริ่นไว้อาจเป็นเรื่องง่ายๆ ของใครหลายคน แต่ผมกลับรู้สึกว่าโทรศัพท์แต่ละเครื่องที่เรียงรายอยู่นั้นมันมีความสามารถล้นมือมากเกินไป มันทำได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ โหลด application แชท ถ่ายภาพนิ่ง วิดีโอ (ความคมเท่ากับกล้อง pro เลยก็มี)ฯลฯ คือมันทำได้แม่งทุกอย่าง ดีไม่ดีมากกว่าโน๊ตบุ๊คที่ผมใช้ทำมาหากินเสียอีก

ให้ฟ้าผ่าควายเถอะครับ…ผมแม่งตามไม่ทันจริงๆ

“รุ่นนี้ไหมคะ smartphone กำลังฮิตเลยคะ…” เธอถาม

“หรือไม่ก็ตัวนี้ไหม android คุ้มค่า อยากทำอะไรทำได้หมด” เธอกล่อม

“ตัวนี้ก็เวิร์คคะ BB คนใช้เยอะ คุ้มค่า ประหยัดค่าโทรตั้งเยอะ” เธอชวน

“….” ยัง…เธอยังไม่ถาม

“มีตังค์เท่าไหร่คะ?” เธอถามหลังจากนิ่งไปนาน!!!

ผมคิดว่านี่เป็นคำถามที่รู้สึกได้ถึงพลังมหาศาล มันอาจเป็นหมัดน็อคที่พุ่งจากไหล่ซ้ายของไมค์ ไทสัน  หรือไม่ก็เป็นลูกบอลที่ผ่านการใช้หลังตีนอันทรงพลังของโรแบร์โต้ คาร์ลอส หรือไม่ก็เป็นลูกบอลที่ผ่านการฟาดด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยวของแอนดี้ ร็อดดิก…หรือไม่นี่อาจเป็นอุกกาบาตยักษ์พุ่งชนโลกเหมือนหลายล้านปีที่ผ่านมา

“สนใจรุ่นไหนคะ?” เธอยังทำหน้าที่ผู้ขายที่ดี ผมเริ่มมีสมาธิ สายตาที่พร่าเลือนหลังโดนซัดด้วยประโยคก่อนหน้าเริ่มกลับมาสู่ภาวะปกติ

“ผมแค่อยากโทรออก-รับสาย ส่งข้อความ…แค่นั้นครับ” ผมรวบรวมความกล้า ก่อนบอกความต้องการออกไป

สิ้นประโยคเธอเลือกหยิบเครื่องที่วางอยู่ตรงขอบสุดของตู้กระจกมาวางให้ดู พลางบรรยายความสามารถของเครื่องนี้ พร้อมกับย้ำความเด่นของมันว่า “ทนมือทนตีนมว๊ากกกคร่า!!”

“จอสีด้วยใช่ไหมครับ?” ผมหยอดคำถามทีเล่นทีจริงกลับไป

เธอยิ้มรับ ก่อนกล่อมอ้อมๆ ให้ผมตกลงปลงใจที่รุ่นนี้เถิด แน่นอนว่าผมอยากตัดฉับจากสถานการณ์นี้แล้วปลีกตัวหายไปอยู่แล้ว จึงตกปากรับคำจ่ายตังค์แล้วรีบเดินออกมา

….

สิ่งที่ทำให้อึดอัดอย่างยิ่งระหว่างการเลือกโทรศัพท์คือ ผมรู้สึกว่าเจ้าเครื่องมือไฮเทคนี้มันเข้ามาเบียดบังลมหายใจมนุษย์มากเกินไปทุกที ระหว่างขึ้นรถ ลงเรือ เดินทาง ไม่ว่าจะว่างหรือไม่ว่าง ผู้คนที่ได้ชื่อว่าวิวัฒนาการผ่านพ้นจากการเป็นลิงเต็มขั้นกำลังกลับเข้าสู่จุดเดิม เพียงแต่เปลี่ยนจากการใช้มือ ใช้หินทุบหาอาหารไปสู่การนั่งจิ้มอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่ด้วยเหตุผลการอยู่รอด

ตั้งแต่ลืมตาตื่นจนหลับไป ผมไม่แน่ใจว่าเรามีชีวิตผูกติดกับเครื่องมือสื่อสารนี้มากน้อยแค่ไหน

แน่ละ ใครจะปฏิเสธความจำเป็นของมัน แต่พอผมนึกถึงอาการใครสักคนที่นั่งจิ้มแป้นเท่าฝ่ามืออย่างเอาเป็นเอาตาย ทำท่ากระวนกระวายเวลาลืมหยิบโทรศัพท์ออกจากห้องราวกับญาติป้าตายจากกัน การนัดหมายที่ต้องย้ำกันทุกวินาที หรือแม้กระทั่งการสื่อสารด้วยวจีอิเล็คทรอนิกส์แทนการหันหน้าคุยกัน

เพียงแค่นี้ผมก็รู้สึกอึดอัดแล้ว มิวายกับความล้ำสมัยของการย่อโลกให้เล็กเท่าฝ่ามือ ผมรู้สึกว่าความเล็กของโลกใบนี้กำลังทำให้รอยหยักในสมองตื้นเขิน หัวใจคับแคบ และรับรู้อะไรบางอย่างน้อยลงกว่าเดิม

….

ที่ร่ายมาทั้งหมด ผมกำลังมะงุมมะงาหราหาวิธีใช้เจ้าเครื่องนี้อยู่ Nokia C1

แม่ง!!! ใช้ยากชะมัด

 

Comment

Comment:

Tweet